คำแนะนำ และแนวทางการปฏิบัติของ ข้าราชการ และนักเรียนในสังกัด กองทัพเรือ
ณ ประเทศสหรัฐฯ
คำแนะนำของ สน.ผชท.ทหารไทย/วอชิงตัน (ทร.)
1.
คำแนะนำทั่วไป ก่อนเดินทาง 1.1 หลักสูตรการศึกษา
1.2 ขั้นตอนการจัดส่งข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศ
1.3 การเตรียมการเพื่อมาศึกษาในต่างประเทศ
1.4 การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง
1.5 คำแนะนำ การปฏิบัติที่สนามบินกรุงเทพฯ
      และการโดยสารเครื่องบิน
1.6 ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง                   
2.
กิจกรรม (Activities) ของนักเรียนที่มา
ศึกษา ณ ประเทศสหรัฐฯ ในเรื่องที่
เกี่ยวข้องกับ กองทัพเรือ

แผนภาพกิจกรรมรวม (Activities/ Time Line Map) ของนักเรียนทุน ทร.

  2.1 เมื่อเดินทางมาถึง สหรัฐฯ

2.1.1 การบังคับบัญชา
2.1.2 ภารกิจของ สน.ฯ ที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ/นักเรียน
2.1.3 การสื่อสารระหว่างนักเรียน - สน.ผชท.ทหารไทย/
        วอชิงตัน (ทร.)
2.1.4 การรายงานตัวต่อ สน.ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.)
2.1.5 การเบิกค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าพาหนะ
         เมื่อเดินทางมาถึงสหรัฐฯ

  2.2 เริ่มศึกษา - ระหว่างการศึกษา เหตุการณ์ปกต

2.2.1 การรายงานผลการศึกษา/จบการศึกษา
2.2.2 การจ่ายเงิน/ค่าใช้สอยประจำตัว
2.2.3 การตอบ/ลงนามในเอกสารการเงิน
2.2.4 การประกันสุขภาพ การเบิกค่าใช้จ่ายในการประกัน
        สุขภาพ และค่ารักษาพยาบาล
2.2.5 การเบิกเงินค่าเล่าเรียน
2.2.6 การเบิกเงินค่าตำรา
2.2.7 การเบิกเงินค่าจัดซื้อ Computer
2.2.8 การแจ้ง/เบิกค่าใช้จ่ายข้ามปี งป. (ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
        ในช่วง ส.ค. -ก.ย.)

 

2.3

ระหว่างการศึกษา-เหตุการณ์ไม่ปกติ

2.3.1 การขอเปลี่ยนสาขาการศึกษา
2.3.2 การย้ายสถานที่ศึกษา
2.3.3 การขออนุญาตขยายระยะเวลาการศึกษา
2.3.4 การลาในระหว่างการศึกษา
2.3.5 การขาด/หนีราชการ
2.3.6 การส่งตัวกลับ

 

2.4

เตรียมจบการศึกษา

2.4.1 การจบการศึกษา
2.4.2 การขอตั๋วโดยสารเครื่องบินเดินทางกลับ
         ประเทศไทย
2.4.3 การลาพักผ่อนหลังสำเร็จการศึกษา
2.4.4 การเบิกเงินค่าระวางขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย

 

2.5

เรื่องอื่นๆ

2.5.1 การขอหนังสือรับรองเงินเดือน
2.5.2 การขอหนังสือรับรองความประพฤติ
2.5.3 การรับรองคำแปลเอกสาร
2.5.4 การขอหนังสือรับรองหลักฐานการศึกษา
2.5.5 การขอต่ออายุหนังสือเดินทาง
2.5.6 การหมายประวัติสำหรับการสมรส และบุตร
2.5.7 การเดินทางไปต่างประเทศระหว่างการศึกษา
        ในสหรัฐฯ
2.5.8 การขอหนังสือรับรองการจบการศึกษา
        เพื่อใช้ประกอบการแต่งตั้งยศ
2.5.9 แนวทางการปรับชั้นยศตามคุณวุฒิ

3.

กิจกรรมของนักเรียนในเรื่องส่วนตัว

3.1 การทำบัตร Social Security
3.2 การเปิดบัญชีธนาคาร
3.3 การซื้อรถยนต์ และการทำประกันรถยนต์
3.4 การประกันสุขภาพสำหรับผู้ติดตาม
3.5 การแต่งงาน การขอสูติบัตร การจดทะเบียนหย่า
3.6 การมีบุตร และการคลอดบุตร
3.7 การนำบุตรมาพักอาศัยในระหว่างศึกษาในสหรัฐฯ
3.8 การขอทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย
3.9 การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

4.

แบบ ฟอร์ม/ตัวอย่างการรายงานต่างๆ

1. รายงานการเดินทางมาถึง
2. รายงานขอเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง และค่าธรรมเนียม
    สนามบิน
      2.1 กรณีไม่มีใบเสร็จรับเงิน-ใบรับรองแทนใบเสร็จ
      2.2  กรณีมีใบเสร็จรับเงิน - ลงนามรับรองใบเสร็จรับเงิน
3. รายงานขอเบิกค่าจัดซื้อคอมพิวเตอร page 1, 2
4. รายงานขอเบิกค่าตำรา
5. รายงานผลการศึกษาในแต่ละเทอม
6. รายงานสิ้นสุดการศึกษา
   (ยังไม่ได้รับหลักฐานการจบการศึกษา)
7. รายงานจบการศึกษา
8. รายงานการขอตั๋วเครื่องบินโดยสาร และการเดินทางกลับ
    ประเทศไทย
9. รายงานขออนุญาตลาพักผ่อน/ลากิจหลังสำเร็จการศึกษา     ในประเทศสหรัฐฯ
10.รายงานขออนุญาตลาพักผ่อน/ลากิจหลังสำเร็จการศึกษา     ในประเทศสหรัฐฯ (ITO)

Welcome to U.S.A.

1.  คำแนะนำทั่วไป ก่อนเดินทาง                                                                                       
     1.1 หลักสูตรการศึกษา      
          ปัจจุบัน ทร.จัดส่งกำลังพลไปศึกษาในต่างประเทศ โดยแบ่งหลักสูตรและระดับการศึกษา สรุปได้ดังนี้
           (1)  หลักสูตร นนร.ต่างประเทศ ที่ประเทศสหรัฐฯ ได้แก่ โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ Annapolis, MD. และ
                 โรงเรียนยามฝั่งสหรัฐฯ New England, CT.
           (2)  หลักสูตรระดับ วปอ. วทร. รร.สธ.ทหาร และ รร.สธ.ทร.ต่างประเทศ เช่น NDU., Naval War College, Naval Staff College
           (3)  หลักสูตรระดับปริญญาโท - เอก ตามโครงการพัฒนาองค์บุคคล ของ ทร.
           (4)  หลักสูตรการฝึกอบรมตามสาขาวิชาชีพ เช่น - ทุน IMETP (INTERNATIONAL MILITARY
                 EDUCATION AND TRAINING PROGRAM) ตามโครงการศึกษา ฝึกอบรมทางทหารของ
                 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา - ทุน DCP (DEFENCE COOPERATION PROGRAMME) ตามโครงการ
                 ความช่วยเหลือของรัฐบาลแคนาดา - ทุนอื่น ๆ ตามคำเชิญของบริษัท/หน่วยงาน/องค์กร ต่าง ๆ
                 นอกจากนี้ ทร.ยังอนุญาตให้ข้าราชการลาไปศึกษาในต่างประเทศ โดยทุนส่วนตัวด้วย เช่น
                 หลักสูตรระดับปริญญาโท เป็นต้น

      1.2 การจัดส่งข้าราชการไปศึกษา มีขั้นตอน ดังนี้
           (1)  การคัดเลือกตัวบุคคล
           (2)  การขออนุมัติหลักการ จัดส่งการขออนุมัติตัวบุคคล และการขออนุมัติเดินทางไปศึกษาใน
                 ต่างประเทศ ตามลำดับ
           (3)  ผู้ไปศึกษาต่างประเทศทุกนาย จะต้องทำสัญญากับทางราชการไม่ว่าจะไปศึกษา โดยทุน
                 ส่วนตัว หรือทุนบริษัท/หน่วยงาน/องค์กรใดก็ตาม หากไม่ทำสัญญาให้เรียบร้อยจะไม่สามารถ
                 ขออนุมัติให้ไปศึกษาได้ การทำหนังสือสัญญาในการไปศึกษาให้ทำ 3 ชุด โดยส่งให้หน่วย
                 ต้นสังกัด 1 ชุด กพ.ทร. 1 ชุด และผู้ทำสัญญาเก็บไว้ 1 ชุด (หนังสือสัญญารับได้ที่หน่วยต้นสังกัด
                 หรือ กพ.ทร.)
           (4)  ติดต่อทำหนังสือเดินทาง ที่ กองการต่างประเทศ ขว.ทร.
           (5)  ตรวจสุขภาพที่ พร.
           (6)  เมื่อได้หนังสือเดินทางแล้ว ขอหนังสือนำจาก ขว.ทร. เพื่อไปติดต่อขอทำ VISA ที่ สถานทูตสหรัฐฯ
           (7)  ผู้รับทุน IMETP ต้องไปฟังบรรยายสรุป (BRIEFING) กับเจ้าหน้าที่ของ JUSMAGTHAI ที่
                 ถนนสาทรใต้
           (8)  ติดต่อ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขา หลานหลวง (ส่วนจองตั๋วราชการ) เพื่อสำรอง
                 ตั๋วเครื่องบินและขอรับหนังสือนำจาก กง.ทร. เพื่อนำไปขอรับตั๋วเครื่องบิน
           (9)  ประสาน กง.ทร. ขอรับเงินตามที่ กง.ทร. คำนวณค่าใช้จ่ายไว้แล้ว ได้แก่ ค่าเครื่องแต่งกาย, เบี้ยเลี้ยงเดินทาง,ค่าใช้จ่ายประจำตัว(ในช่วงแรก)
         (10)  แจ้งกำหนดการเดินทางให้ กพ.ทร. และ สน.ผชท.ทร. ไทย/วอชิงตัน ทราบ

     1.3 การเตรียมการเพื่อมาศึกษาในต่างประเทศ ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ไปศึกษาระดับปริญญาตรี -โท - เอก ในมหาวิทยาลัยพลเรือนในต่างประเทศดำเนินการหาติดต่อและสมัครการเข้าเป็นนักศึกษาในสาขาที่ได้รับทุนเอง
โดยเริ่มจาก                                       
                 -  หน่วยต้นสังกัดส่งตัวเข้าฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ณ ศูนย์ภาษายศ.ทร. และระยะเวลาการศึกษาภาษา
อังกฤษ เพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางไปศึกษา เป็นไปตามพิจารณาของ กพ.ทร. แล้วแต่กรณี
                 - ตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เพื่อขอข้อมูลของ
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ว่าเป็นสถานศึกษาที่ สำนักงาน ก.พ. รับรองและมีสาขาวิชาตรงตามที่จะไปศึกษาหรือไม่
ก่อนส่งใบสมัคร
                 -  ตรวจสอบกับหน่วยเจ้าของทุน เกี่ยวกับการเลือกเรียนสาขาวิชาใด (ทร.กำหนดให้หน่วยเจ้าของ
ทุน เป็นผู้พิจารณา)
                 -  ดำเนินการสมัคร และส่งหลักฐานต่างๆ ( เช่น ใบสมัคร, TRANASCRIPT, หนังสือรับรองทุน,
ผลการสอบ TOEFL และ GMAT )
                 -  ผู้ได้รับทุนมีหนังสือถึง กพ.ทร. เมื่อได้รับหนังสือตอบรับเข้าศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย เพื่อเสนอ
ทร. ขออนุมัติตัวบุคคล และการเดินทาง
                 -  การเบิกค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าสถานศึกษา สามารถกระทำได้โดยเสนอเรื่อง ถึง กพ.ทร. ดังนี้
                              - ค่าสมัครเข้าสถานศึกษา และค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารในการสมัครสามารถทำได้
                                ไม่เกิน 5 แห่ง โดยทำเรื่องเสนอ กพ.ทร.
                              - ค่าสอบ TOEFL และ GMAT เบิกเงินค่าใช้จ่ายได้จำนวน 2 ครั้ง
                              - ต้องแนบใบเสร็จรับเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ

     1.4  การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง                                                                          
     1.5  คำแนะนำ การปฏิบัติที่สนามบินกรุงเทพฯ และการโดยสารเครื่องบิน แผนผังสนามบินกรุงเทพฯ
           ขั้นที่ 1 ก่อนเดินทาง
                   - วางแผนเดินทางไปถึงสนามบินก่อนเวลาเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
                   - ตรวจสอบเอกสารสำคัญสำหรับการเดินทาง 3 อย่าง ได้แก่ หนังสือเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน และเงิน
                   - ตรวจสอบน้ำหนักของสัมภาระตามแต่ละสายการบินกำหนด  ปกติเดินทางไปสหรัฐฯ
สายการบินอนุญาตให้สามารถนำกระเป๋าเดินทางใหญ่ 2 ใบ ขนาดน้ำหนักแต่ละใบไม่เกิน 35 กก. และ Handbag 1 ใบ [รายละเอียดข้อมูลสัมภาระของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) Click Here]
           ขั้นที่ 2 Check-in  [คำแนะนำของ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)Click Here]
                   - นำสัมภาระทั้งหมดไปที่ Counter ของสายการบินเพื่อ Check-in ตามเที่ยวบินที่แสดงไว้ใน Monitor (ปัจจุบันสามารถ Check-in ที่ Counter ใดก็ได้ของสายการบินนั้นๆ) เอกสารที่ใช้ในการ
Check-in ได้แก่ ตั๋วเครื่องบินและหนังสือเดินทาง
                   - การ Check-in เป็นขั้นตอนการรับตั๋วเพื่อขึ้นเครื่อง และตรวจ-รับสัมภาระของผู้โดยสาร โดย
                           - พนักงานจะฉีกตั๋ว 1-2 ใบ ไว้เป็นหลักฐานแล้วแต่กรณี
                           - คำถามประจำที่พนักงานจะถาม คือ จุดหมายปลายทาง, จำนวนกระเป๋า/สัมภาระที่จะนำลง
ใต้ท้องเครื่องบิน, ความประสงค์ในการเลือกที่นั่ง
                           - หากต้องการเลือก ตำแหน่งที่นั่งบนเครื่อง ให้แจ้งแก่พนักงานในขั้นตอนการ Check-in เช่นต้องการนั่งข้างหน้าต่าง (Window Seat) หรือต้องการนั่งตรงช่องทางเดิน ( Aisle -side Seat) หรือต้องการนั่ง ตอนหน้าของแถว (Front Row Seat) ตัวอย่างที่นั่งบนเครื่องบินแต่ละแบบของ TG & UA
                           - พนักงานจะออก Bording Pass หรือตั๋วสำหรับขึ้นเครื่องจำนวน 1 - 2 ใบ สำหรับแต่ละช่วง
การบิน จนถึงที่หมายให้ (ถ้าต้องไปเปลี่ยนเครื่องจะออก Bording Passเครื่องต่อไปให้ด้วย) ในBording Pass
จะมีข้อมูล -ชื่อผู้โดยสาร เที่ยวบิน รหัสสนามบินขึ้น-ลง [ตรวจสอบรหัสสนามบินทั่วโลกได้ที่ World Airport
Codes -Click Here ] วัน-เวลาเดินทาง ประตูทางออกเพื่อขึ้นเครื่อง (Departure Gate) และหมายเลขที่นั่ง
บนเครื่อง พนักงานที่ Departure Gateจะฉีกส่วนหนึ่งไวก่อนขึ้นเครื่อง ข้าราชการ/นักเรียนเก็บส่วนที่เหลือ
ไว้สำหรับเป็นหลักฐานทางการเงิน
                           - ตรวจสอบ และรับกระเป๋า/สัมภาระเดินทาง โดยจะมีการชั่งน้ำหนัก และX-ray กระเป๋า
เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ผู้โดยสารจะได้ Baggage Tags ของกระเป๋าแต่ละใบไว้สำหรับตรวจสอบในกรณีกระเป๋าหาย
ข้าราชการ/นักเรียนควรแจ้งพนักงานว่าต้องการ Check กระเป๋า Though ไปยังที่หมายสุดท้าย และตรวจสอบ
Baggage Tags ว่าออกให้ถูกต้องหรือไม่ เช่น เดินทางจากกรุงเทพฯ (BKK)-สนามบิน Dullas International
Airport ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี (IAD) ที่ Baggage Tags จะระบุ BKK - IAD เป็นต้น
                           - สรุปเสร็จขั้นตอน Check-in ผู้โดยสารจะได้รับ Bording Pass จนถึงที่หมายสุดท้าย,
Baggage Tags เท่ากับจำนวนกระเป๋า/สัมภาระ, ทราบหมายเลข Departure Gate และเวลาขึ้นเครื่อง และที่นั่งบนเครื่อง
           ขั้นที่ 3 การขึ้นเครื่อง ( Boarding)                                                                           
                   -   เข้าตรวจ ลงตราในหนังสือเดินทางจากพนักงานตรวจคนเข้าเมืองใน Couter ที่กำหนด
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการตรวจจากพนักงานก่อนขึ้นเครื่องได้แก่ หนังสือเดินทาง Bording Pass และ
คูปองค่าธรรมเนียมสนามบิน (ราคา 500 บาท)
                   -  ไปรอขึ้นเครื่องที่ Departure Gate ที่กำหนด ทั้งนี้ต้องผ่านการตรวจค้นของ เจ้าหน้าที่ก่อน
                   -  เทคนิคในการผ่านการตรวจค้นโดยเร็ว ได้แก่ นำของที่เป็นโลหะทั้งหมดในร่างกายใส่ไว้ใน
เสื้อนอก/กระเป๋า Hand Bag ถอดรองเท้า เข็มขัด ถ้ามี Computer Notebook ให้เอาออกจากกระเป๋า
                   -  เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องพนักงานที่ Departure Gate จะประกาศเรียกขึ้นเครื่อง โดยผู้โดยสาร
ที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยจะขึ้นเครื่องก่อน ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ท้ายเครื่องจะขึ้นก่อน โดยอาจประกาศเรียก
ตามแถว/ตาม zone ที่บอกไว้ใน Bording Pass
                   การ Transit Flight และ Transfer Flight (Connecting Flight)
                   - การ Transit Flight คือ การที่เครื่องบินที่บินไปยังที่หมายไกลๆ และจำเป็นต้องลงจอด ณ
สนามบินระหว่างทาง เพื่อเต็มน้ำมัน, รับ-ส่งผู้โดยสาร โดยผู้โดยสารที่ไปยังจุดหมายสุดท้ายไม่ต้อง
เปลี่ยนเครื่อง (ยังคงกลับมานั่งที่นั่งเดิม หลังจากเครื่องจอดพักที่สนามบินระหว่างทาง) สังเกตได้จาก
จำนวน Stop ในเส้นทาง ถ้าเป็น Non-Stop ไม่มีการจอด แต่ถ้าเป็น 1 Stop/2 Stop จะมีการจอดพัก 1-2
ครั้งตามที่ระบุ ในลักษณะนี้ใช้ Bording Pass ใบเดิม
                   - การ Transfer หรือ Connecting Flight ก็เหมือนการขึ้นรถเมล์สายหนึ่งแล้วไปต่ออีกสาย
เมื่อถึงสนามบินที่ระบุว่าต้อง Connect แล้ว ผู้โดยสารต้องไปที่ Departure Gate ของ Connecting Flight
ใหม่เอง ส่วนมากไม่ต้องผ่านการตรวจค้นอีกแล้ว เนื่องจากอยู่ใน Terminal ด้านใน  การออกตั๋วสำหรับ
Connecting Flight ส่วนมากทางสายการบินจะเผื่อเวลาสำหรับความล่าช้าต่างๆไวให้ โดยผู้โดยสารจะมี
ีเวลา Connecting ไม่ต่ำกว่า 2 ชม. และส่วนมากจะใช้ Bording Pass ฉบับใหม
                  - ตรวจสอบแผนผัง Terminal ของสนามบินทั่วโลกได้ที่นี่ Here
                  - ในการTransit Flight และ Transfer Flight (Connecting Flight)ไม่ต้องกังวลเรื่องกระเป๋า/
สัมภาระ เพราะกระเป๋า/สัมภาระ Check Though ไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว นอกเสียจากการเข้าเมือง
ที่ประเทศสหรัฐฯ ที่ผู้โดยสารต้องนำกระเป๋าเดินทางและสัมภาระทั้งหมดมาผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่
ี่ตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินแรกที่เข้าสหรัฐฯ จากนั้นจึงเช็คกระเป๋า Though ต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย
อีกครั้งหนึ่ง
                   
     1.6 ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง                                                                               
           - จำนวน/น้ำหนักของกระเป๋า/สัมภาระเกิน -ถ้าสามารถกระทำได้ควรจัดกระเป๋า/สัมภาระให้
เป็นไปตามจำนวนที่กำหนดในลำดับแรกก่อน คือ กระเป๋าใหญ่ลงใต็ท้องเครื่องบิน 2 ใบ และกระเป๋า
Hand Bag 1 ใบ เพราะหากมีกระเป๋าเกินจะเสียค่าปรับใบละประมาณ 170 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเรื่อง
น้ำหนักของกระเป๋าแต่ละใบเกินนั้น อาจได้รับการผ่อนผันได้ ในบางสายการบิน และบางกรณี
           -  ตั๋วเครื่องบิน/ Boarding Pass หาย - ติดต่อที่ Counter สายการบิน เพื่อให้ออกตั๋ว/
Boarding Pass ใหม่ได้ โดยใช้หนังสือเดินทางเป็นเอกสารประกอบการออกเอกสารใหม่
           -  การต่อเครื่องบินไม่ทัน - ในกรณีที่เกิด Delay ทำให้ไม่สามารถ Connecting Flight ต่อไปได้ทัน
ให้ติดต่อที่ Counter ของสายการบินเพื่อออก Bording Pass สำหรับเที่ยวบินเที่ยวต่อไปใหม่ ผู้โดยสาร
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
           -  กระเป๋าหาย - ติดต่อที่แผนก Baggage Claim ของสายการบินนั้นๆ โดยกรอกแบบฟอร์ม และ
ให้ข้อมูลใน Bagagge Tags แก่เจ้าหน้าที่ เมื่อกระเป๋ามาถึงสนามบินดังกล่าวแล้ว ทางสายการบิน
จะจัดส่งกระเป๋าที่แจ้งหายไปยังที่อยู่/โรงแรมที่แจ้งไว้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
           -  การสื่อสารระหว่างเดินทาง - ควรจดหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลสำคัญ เพื่อใช้ติดต่อในกรณี
เกิดเหตุฉุกเฉินในระหว่างการเดินทางไว้เสมอ ทุกสนามบินมีโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศให้บริการ
ทั้งแบบใช้บัตรเครดิต และแบบ Prepaid Card

2.  กิจกรรม (Activities) ของนักเรียนที่มาศึกษา ณ ประเทศสหรัฐฯ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ กองทัพเรือ -
แผนภาพกิจกรรมรวม (Activities/ Time Line Map) ของนักเรียนทุน ทร.
     2.1 เมื่อเดินทางมาถึง สหรัฐฯ                                                                                             
          2.1.1 การบังคับบัญชา
                  ข้าราชการในสังกัด ทร. ที่มาปฏิบัติราชการ ฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน ฝึกงาน
                  ประชุม และกิจกรรมอื่น ๆ ขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯและแคนาดา และมียศอาวุโสต่ำกว่า
                  ผชท.ทร. ให้ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของ ผชท.ทร. ไทย/วอชิงตัน โดยรายงานตัวในโอกาสแรก
                  เมื่อเดินทางถึง ประเทศสหรัฐฯ

          2.1.2 ภารกิจ ของ สน.ผชท.ทร. ไทย/วอชิงตัน ที่เกี่ยวข้องกับ ข้าราชการ/นักเรียน ณ สหรัฐฯ และ
                  แคนาดา

                  - ปกครอง ควบคุม ดูแล ข้าราชการ/นักเรียนในสังกัด ทร. ที่มาปฏิบัติราชการ ฝึกอบรม ศึกษา
                    ดูงาน ฝึกงาน ประชุม และกิจกรรมอื่น ๆ ขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯและแคนาดา
                  - เป็นหน่วยประสานงาน การดำเนินการเรื่องการกำลังพล และการเงิน
                  - เป็นผู้ปกครอง/ผู้สนับสนุน(Sponsor) ให้แก่นักศึกษาในสังกัด ทร. ในระดับมหาวิทยาลัย

          2.1.3 การสื่อสารระหว่างนักเรียน - สน.ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.)                                
                  ที่อยู่ ( Mail Address):Office of the Naval and Assistant Defense Attache,
                                                 Embassy of Thailand
                                                 1024 Wisconsin Ave., N.W.., Suite # 302
                                                 Washington, D.C. 20007
                  โทรศัพท์  (202) 944-3628
                  โทรสาร    (202) 944-3630
                  Email Address: tanaset@hotmail.com
                  เวลางานวันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา  0900 - 1700 (Eastern Time)
                  วันหยุดราชการในรอบปี
                  แผนที่ สำนักงาน ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.)

          2.1.4 การรายงานตัวต่อ สน.ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.)                      
                  2.1.4.1 เมื่อเดินทางถึงสหรัฐฯ/แคนาดาให้รายงานการเดินทางมาถึง ต่อ สน.ผชท.ไทย/
วอชิงตัน (ทร.) ทางโทรศัพท์ หมายเลข (202) 944-3628
                  2.1.4.2  เสนอรายงานการเดินทางมาถึง ต่อ สน. ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.)
ทางจดหมาย/โทรสาร ตามแบบฟอร์มรายงานในโอกาสแรก
                  2.1.4.3  ข้อมูลต่างๆที่แจ้งในรายงานการเดินทางมาถึง เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ที่เชื่อมโยง
สถานะ และการติดต่อสื่อสารระหว่าง สน.ฯ และนักเรียน/ข้าราชการ  ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
จำเป็นต้องแจ้งให้ สน.ฯ ทราบในโอกาสแรก

          2.1.5 การเบิกค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าพาหนะ เมื่อเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ข้าราชการ /นักเรียน
ที่เดินทางมายังสหรัฐฯและแคนาดา สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อันได้แก่ ค่าธรรมเนียมสนามบิน
และค่าพาหนะจากสนามบิน-ที่พักในสหรัฐฯได้ โดยส่งรายงานขอเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตามแบบฟอร์ม
ถึง สน.ฯ เพื่อเสนอ กง.ทร. ต่อไป

     2.2 เริ่มศึกษา - ระหว่างการศึกษา- เหตุการณ์ปกติ                                                  
           2.2.1 การรายงานผลการศึกษา/จบการศึกษา
                    - ส่งรายงานผลการศึกษาตามแบบฟอร์ม ทุก Semester/Quarter/ทุก 3 เดือน พร้อมทั้งแนบ
หลักฐานแสดง Grade/ คะแนน ที่ ได้ โดยระบุในรายงานให้ละเอียดว่า เป็นภาคใด ระยะเวลาใด วิชาอะไร
ได้ Grade/คะแนน เท่าใด ฯลฯ
                    - การรายงานผลการศึกษาให้รายงานตั้งแต่ภาคแรกของการศึกษาจนถึงปัจจุบัน ทุกครั้งที่
ี่รายงาน
                    - การรายงานจบการศึกษา ต้องเสนอรายงานบอกวันจบการศึกษาถึง สน.ฯ ล่วงหน้า
อย่างน้อย 30 วัน ในรายงานให้ระบุด้วยว่ามีตั๋วโดยสารเครื่องบิน กลับประเทศไทยแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี
ีให้ข้าราชการ/นักเรียนรายงานขอตั๋วโดยสารเครื่องบิน พร้อมระบุเส้น ทางและวันเดินทางกลับ มาล่วงหน้า
อย่างน้อย 30 วัน

          2.2.2 การจ่ายเงิน/ค่าใช้สอยประจำตัว
                  - สน.ฯ ทำหน้าที่ ด้านการเงินให้กับข้าราชการ/นักเรียนในสังกัด ทร. ด้วยการ ขึ้นเรื่อง
ประสานงาน ควบคุม และเบิก-จ่าย ค่าใช้จ่ายประจำตัว ค่าตำรา ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
                  - การจ่ายเงินทุกประเภทกระทำโดยเช็ค ส่งทางไปรษณีย์ ถึงข้าราชการ/นักเรียน
ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มการรายงานตัวเมื่อเดินทางมาถึง/ที่แจ้งย้าย
                  - ค่าใช้สอยประจำตัวของข้าราชการ/นักเรียนจ่ายรายเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกเหนือจากนั้น
จ่ายให้ ข้าราชการ/นักเรียนเต็มจำนวนทันทีเมื่อได้รับเงินจาก กง.ทร.
                  - อัตราค่าใช้จ่ายประจำตัวของ ข้าราชการ/นักเรียน ในประเทศสหรัฐฯ ดังนี้

          2.2.3 ตอบ/ลงนามในเอกสารการเงิน
                  - ข้าราชการ/นักเรียน ที่ได้รับเงินจากทางสน.ฯ มีหน้าที่ ตรวจสอบความถูกต้องของรายการ
และจำนวนเงินที่ได้รับ และต้องลงนามตอบรับเงินทุกชนิด ทุกครั้งที่ได้รับ พร้อมทั้งส่งหลักฐานการตอบรับ
คืน สน.ฯในโอกาสแรก
                  - ข้าราชการ/นักเรียนมีหน้าที่ที่จะต้องนำเช็คที่ได้รับไปขึ้นเงินในโอกาสแรก   โดย สน.ฯ
จะตรวจสอบหลักฐานการขึ้นเงินจากธนาคาร หากข้าราชการ/นักเรียนไม่นำเช็คไปขึ้นเงินในงวดดังกล่าว
ทาง สน.ฯ จำเป็นต้องยกเลิกเช็ค และงดจ่ายเงินของข้าราชการ/นักเรียนในงวดต่อไป ทั้งนี้เพื่อความรอบคอบ
ในการดำเนินการด้านการเงิน
          2.2.4 การประกันสุขภาพ  การเบิกค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล              
                  - ข้าราชการ/นักเรียน ที่มาฝึกอบรม ศึกษา ตามทุน IMETP จะได้รับการบริการด้านสุขภาพทั่วไป
จาก ทร.สหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลและมีค่าใช้จ่าย ข้าราชการ/
นักเรียนสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจาก ทร. ได้ โดยเสนอเรื่องผ่าน สน.ฯ พร้อมแนบหลักฐาน
การรักษาพยาบาล ตามแบบฟอร์ม
                  - ข้าราชการ/นักเรียน ที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยที่บังคับการประกันสุขภาพ  สามรถเบิกค่าใช้จ่าย
ในการประกันสุขภาพจาก ทร. ได้ โดยเสนอเรื่องผ่าน สน.ฯ พร้อมแนบหลักฐานการรักษาพยาบาล ตามแบบฟอร์ม
                  - หลักฐานการเบิกจ่ายกรณีที่ทดรองจ่ายเงินไปก่อน ประกอบด้วย ใบเสร็จรับเงิน
(เซ็นต์ชื่อรับรองการจ่ายเงินด้านหลังว่าได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวจริง), ใบวินิจฉัยการป่วยจากแพทย์ผู้รักษา
(เป็นลักษณะจดหมายหรือบันทึกก็ได้) พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย, ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(แบบ บก.ชล.3) สน.ฯ นำส่งเงินโดยตรงถึงข้าราชการ/นักเรียน เมื่อได้รับเงินจาก ทร.
                  - หลักฐานการเบิกจ่ายกรณีที่รอการชำระเงินได้ ประกอบด้วยใบเรียกเก็บเงิน (Invoice)
จากสถานพยาบาลและหลักฐานประกอบอื่น ๆ  สน.ฯ นำส่งเงินโดยตรงถึงมหาวิทยาลัย/สถานพยาบาล
เมื่อได้รับเงินจาก ทร.
          2.2.5 การเบิกเงินค่าเล่าเรียน                                                                         
                  - สน.ฯ มีหน้าที่เป็นผู้ปกครองแก่ข้าราชการ/นักเรียนในระดับมหาวิทยาลัย โดยจะทำหน้าที่
ในการเบิกจ่ายเงินค่าเล่าเรียนในแต่ละเทอม/Quarter แก่มหาวิทยาลัยโดยตรง
                  - ข้าราชการ/นักเรียนมีหน้าที่ ดำเนินการลงทะเบียนตามเวลาที่สถานศึกษากำหนด ประสานงาน
และติดตามใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนในแต่ละเทอม/Quarter
                  - ข้าราชการ/นักเรียนมีหน้าที่ประมาณการค่าเล่าเรียนที่จะเรียกเก็บในช่วงปลายปี งป.
(เทอม Fall เดือน ส.ค. ,ก.ย.) ให้กับ สน.ฯ เนื่องจาก กง.ทร. จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวสำหรับการกันเงิน งป.
ในส่วนนี้ไว้เบิกเหลื่อมปในกรณีใบเรียกเก็บเงินจากสถานศึกษามาช้า (มาในเดือน ต.ค.)
          2.2.6 การเบิกเงินค่าตำรา        
                  การเบิกเงินค่าตำรา ข้าราชการและ นนร.ที่มาศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท เอก จะได้รับ
ค่าตำราและอุปกรณการศึกษาปีละ 750 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ( ผู้ที่มาศึกษาก่อนวันที่ 1 เม.ย.48 จะได้รับปีละ
750 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ) ทั้งนี้ กง.ทร.จะส่งเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาให้โดยไม่ต้องเสนอรายงานขอเบิกเงิน
ค่าตำราและอุปกรณการศึกษา
          2.2.7 การเบิกเงินค่าจัดซื้อ Computer                                                         
                  ข้าราชการและ นนร.ที่มาศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท เอก สามารถเบิกเงินค่าจัดซื้อ
เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อประกอบการศึกษาตามคุณสมบัติ( Specification) ที่อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor) กำหนด
ได้เท่าที่จ่ายจริง ภายในวงเงินไม่เกินคนละ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ
          2.2.8 การแจ้ง/เบิกค่าใช้จ่ายข้ามปี งป. (ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วง ส.ค. - ก.ย.)                               
                  - ในช่วงเดือน ส.ค. - กย. ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงปลายปีงป.  กง.ทร. มีความจำเป็นต้องขอทราบ
ยอดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าประกันสุขภาพ ค่าตำรา และอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ทันภายในวันที่ 30 ก.ย. (เนื่องจากความล่าช้าของการออกหลักฐานใบเรียกเก็บ
ความล่าช้าของขั้นตอนการเบิก และจัดส่งเงิน) เพื่อรวบรวมยอดไว้เพื่อขอทำความตกลงในการกันเงินข้ามปี
งป.กับ กค.
                   - ข้าราชการ และนักเรียนในสังกัด ทร. ต้องประสานกับสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบค่าใช้จ่าย
(ค่าเล่าเรียน ค่าประกันสุขภาพ ค่าตำรา และอื่นๆ --ค่าใช้จ่ายเทอม Fall) ที่จะเกิดขึ้นในช่วง ส.ค. - ก.ย.
ของทุกปีและแจ้งให้ สน.ฯ ทราบ เพื่อเสนอ กง.ทร. ต่อไป
                   - รายละเอียดตามแบบฟอร์ม
     2.3 ระหว่างการศึกษา-เหตุการณ์ไม่ปกติ 
          2.3.1 การขอเปลี่ยนสาขาการศึกษา
                  - ผู้ที่ศึกษาในต่างประเทศจะต้องเข้าศึกษาตามกำหนดเวลา สาขาวิชา และสถานศึกษา
ที่ได้รับอนุมัติไว้
                  - หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสาขาวิชาที่ศึกษา ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหม
ก่อนและต้องอยู่ในเงื่อนไขดังนี้
                    (1) สถานศึกษาไม่เปิดสอนสาขาวิชาหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาวิชาให้ผิดไปจากเดิมมาก
และผู้ไปศึกษาไม่สามารถหาสถานศึกษาแห่งอื่นได้ในระยะเวลาอันสั้น และ
                    (2) สาขาวิชาที่เปลี่ยนใหม่ต้องเป็นประโยชน์ต่อทางราชการทหารและส่วนราชการต้นสังกัด
หรือที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย
                  - รายงานเสนอ ทร. ขออนุมัติเปลี่ยนสาขาการศึกษา พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น
ตามแบบฟอร์มที่แนบ

          2.3.2 การย้ายสถานศึกษา                                                                                
                  - ผู้ที่ศึกษาในต่างประเทศจะต้องเข้าศึกษาตามกำหนดเวลา สาขาวิชา และสถานศึกษา
ที่ได้รับอนุมัติไว้
                  - การเปลี่ยนแปลงสถานศึกษาจะกระทำได้ต่อเมื่อ
                    (1) สถานศึกษาเดิมไม่เปิดสอนสาขาวิชาที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาแต่สถานศึกษาอื่น
เปิดสอนสาขาวิชานั้นและยอมรับให้เข้าศึกษาได้
                    (2) สถานศึกษาเดิมมีอุปกรณ์การศึกษา หรือการวิจัยไม่เพียงพอจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานศึกษา
                    (3) สถานศึกษาใหม่เป็นที่เชื่อถือได้ และเป็นที่รับรองของทางราชการทหารเช่นเดียวกับ
สถานศึกษาเดิม
                    (4) การเปลี่ยนสถานศึกษาต้องไม่เป็นเหตุให้ขยายระยะเวลาการศึกษาออกไปอีก "การขอขยาย
ระยะเวลาการศึกษา การเปลี่ยนสาขาวิชาหรือการเปลี่ยนสถานศึกษานอกจากต้องมีเหตุผล เอกสารจากสถานศึกษา
ฯลฯ ตามที่กำหนดแล้ว ผู้ที่ขอจะต้องเสนอรายงานไปยัง ผชท.ทร.ประจำประเทศ นั้น ๆ ก่อนระยะเวลาพอสมควร
(ไม่น้อยกว่า 3 เดือน) เพื่อให้กพ.ทร. สามารถดำเนินการขออนุมัติจาก กห. ได้ทัน โดยต้องเสนอรายงานถึง
รมว.กห.ก่อนกำหนดเสนอขออนุมัติ
                 - การย้ายสถานศึกษา ต้องได้รับอนุมัติจาก ทร. ก่อนเสมอ โดยรายงานแจ้งความประสงค์ในการย้าย
สถานศึกษาถึง สน.ฯ ในโอกาสแรก
                 - การขอตั๋วโดยสารเครื่องบิน ในกรณีการย้ายสถานศึกษาหลายแห่งก่อนจบการศึกษาและกลับ
ประเทศไทย แต่ไม่ได้รับตั๋วโดยสารเครื่องบินมาจาก กง.ทร. ให้เสนอรายงานล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
และระบุให้ชัดเจนว่า จะให้ส่งตั๋วกลับไปที่อยู่ไหน, จะเดินทางจากสนามบินใด, รัฐใด, วันที่เท่าไร, เที่ยวบินอะไร
ไปยังสนามบินใด, รัฐใด เพื่อ สน.ฯ จะได้ดำเนินการติดต่อขอตั๋วโดยสารเครื่องบขิน ส่งให้ท่านได้ทันเวลาก่อน
กำหนดเดินทาง ส่วนค่าระวางขนส่งสิ่งของ กรณีย้ายสถานศึกษา เนื่องจากเปลี่ยนระดับการศึกษา กง.ทร.
จะจ่ายแบบเหมาจ่าย อัตราเดียว คือ 120.- ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยขอทำความตกลงกับ กค. ทุกครั้งที่มีผู้ขอเบิก
          2.3.3 การขออนุญาตขยายระยะเวลาการศึกษา                                        
                  - ตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการศึกษาในต่างประเทศ พ.ศ.2527 กำหนดไว้ดังนี้
                    " ข้อ 7.6 ระยะเวลาการศึกษาและการขอขยายระยะเวลาการศึกษา ผู้ที่ศึกษาในต่างประเทศ
จะต้องศึกษาให้สำเร็จหลักสูตรตามที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วแต่กรณีดังนี้
                                 7.6.1 ผู้ที่รับทุนของกระทรวงกลาโหมต้องศึกษาให้สำเร็จหลักสูตรตามที่กำหนดไว้คือ
                                          7.6.1.1 ศึกษาหลักสูตรเฉพาะ ต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่หลักสูตรนั้นกำหนดไว้
                                          7.6.1.2 ศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ไม่เกิน 4 ปี
                                          7.6.1.3 ศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า ไม่เกิน 2 ปี
                                          7.6.1.4 ศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ไม่เกิน 3 ปี
                                 7.6.2 ผู้ที่ทางราชการส่งไปศึกษาหรือผู้ที่ขออนุญาตลาไปศึกษาต้องศึกษาให้สำเร็จ
หลักสูตรตามระยะเวลาที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับข้อ 7.6.1 เว้นแต่สถานศึกษากำหนดให้ต้องศึกษา เพิ่มเติม
ให้ครบตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดก่อนเข้าศึกษาตามหลักสูตรนั้น แต่ต้องใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 1 ปี
                                 7.6.3 ผู้ที่ทางราชการรับโอนจากทุนอื่น ต้องศึกษาให้สำเร็จหลักสูตรตามระยะเวลา
ที่กำหนดไว้เดิม หากผู้นั้นได้ศึกษาในหลักสูตรนั้นบางส่วนแล้ว ให้ใช้เวลาศึกษาตลอด หลักสูตรในแต่ละ
ระดับไม่เกินที่กำหนดไว้ ตามข้อ 7.6.1"
                                 การขอขยายระยะเวลาการศึกษา เป็นการดำเนินการตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม
ว่าด้วยการศึกษาในต่างประเทศ พ.ศ. 2527 ที่ระบุว่า " ผู้ที่ศึกษาในต่างประเทศหากศึกษาไม่สำเร็จตาม
หลักสูตรภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วอาจขอขยายระยะเวลาการศึกษาออกไปอีกได้ภายใต้
้เงื่อนไข เพื่อทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท หรือ เอก จะต้องมีเอกสารจากสถานศึกษา รายงานการพิจารณา
ของ ผชท.ฝ่ายทหาร และรายงานของคณะกรรมการส่วนราชการต้นสังกัด
เสนอมากับรายงานที่ขออนุมัติ
เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย"
                               - ทร. ไม่มีนโยบายให้ข้าราชการ/นักเรียนขยายระยะเวลาการศึกษา เนื่องจากมีผล
กระทบ ต่อการบริหารกำลังพล ค่าใช้จ่าย และแผนการศึกษาในต่างประเทศในปีต่อไป
                               - การขอขยายระยะเวลาการศึกษากระทำได้ในกรณี เพื่อทำวิทยานิพนธ์ระดับ
ปริญญาโท หรือ เอก เท่านั้น โดยเสนอเรื่องตามแบบฟอร์มถึง สน.ฯ ล่วงหน้า 3-4 เดือน
                               - การแก้ไขระยะเวลาจาก ITO เดิม (ระบุ TBD ไว้) กระทำได้โดยเสนอรายงานถึง ทร.
(ผ่าน สน.ฯ) ตามแบบฟอร์ม โดยต้องประสานกับสถานศึกษาของท่านให้ติดต่อ JUSMAGTHAI เพื่อดำเนินการแก้ไขด้วย
                               - สน.ฯ ทำหน้าที่เป็น ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นที่เสนอข้อพิจารณา ซึ่งจะใช้ประกอบกับ
รายงานของคณะกรรมการส่วนราชการต้นสังกัด เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้พิจารณาอนุญาต หรืออนุมัติเท่านั้น
โดย สน.ฯใช้้เกณฑ์์ในการพิจารณาการขอขยายระยะเวลาการศึกษา ดังนี้
                                  (1) สาเหตุในขอขยายระยะเวลาการศึกษาต้องเป็นไปตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม
                                  (2) มีผลการเรียนดี เมื่อขยายระยะเวลาการศึกษาให้แล้ว มีแนวโน้มว่าจะสามารถ
สำเร็จการศึกษาในเวลาที่ขยายให้ได้
                                  (3) มีความประพฤติดี
         2.3.4 การลาในระหว่างการศึกษา                                                                
                 - การอนุมัติให้ผู้ไปศึกษาต่างประเทศลากลับประเทศไทยอยู่ในอำนาจของ ผบ.ทร. เท่านั้น
ผชท.ทร. ไม่มีอำนาจอนุมัติให้ผู้ไปศึกษาลากลับประเทศไทยได้ 
                 - การขออนุญาตลากิจกลับเมืองไทย ต้องเสนอรายงานถึง สน.ฯ ก่อนวันลา 60 วัน
                 - หากเป็นกรณีเร่งด่วน เช่น บุพการีเสียชีวิต ฯ แจ้งให้ สน.ฯ ทราบทันที เพื่อเสนอเรื่อง
ขออนุญาตถึง ทร. ต่อไป
                 - แบบฟอร์มการลา ตามที่แนบ
                 - เดินทางกลับประเทศไทยได้เมื่อได้รับอนุมัติการลาแล้วเท่านั้น
          2.3.5  การขาด/หนีราชการ
          2.3.6  การส่งตัวกลับ
     2.4 เตรียมจบการศึกษา                                                                                                   
          2.4.1 การจบการศึกษา         
                  - ให้ข้าราชการ/นักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษา เสนอรายงานจบการศึกษา (ตามแบบฟอร์ม)
พร้อมทั้งกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้ สน.ฯ ทราบล่วงหน้าในโอกาสแรก เพื่อติดต่อ กง.ทร.
ให้จัดส่งตั๋วเครื่องบินไปให้ หากมีการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเดินทางกลับได้ให้แจ้งเหตุผลโดยละเอียดด้วย
                  - เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในโอกาสแรก
(ยกเว้นกรณีได้รับอนุมัติให้ลาต่อ)
          2.4.2 การขอตั๋วโดยสารเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย
                  - ให้ข้าราชการ/นักเรียนทุน ทร.ดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินจากที่พัก - กรุงเทพฯเองโดยประสาน
กับสำนักงานของบริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) จากนั้นแจ้งข้อมูลการเดินทาง พร้อมหมายเลขอ้างอิงถึง
สน.ฯทราบเพื่อ ออกหนังสือนำการขอรับตั๋วเครื่องบิน และรายงานถึง กง.ทร. ต่อไป
                      New York Office: THAI AIRWAYS INTERNATIONAL (RESERVAYIN/TICKETING)
                                    Address: LINCOLN BLDG. 60 EAST 42ND STREET.STE 3120 NEW YORK.                                                   N.Y.10165 U.S.A
                                       Phone: (212) 949-8424   Fax: (212) 286-0082
                                 LA. Office: THAI AIRWAYS INTERNATIONAL (RESERVATION/TICKETING)
                                     Address: 222 NORTH SEPULVEDA BLVD. , SUITE 100 EL SEGUNDO,
                                                  CA 90245
                                        Phone: (1-800)426-5204  Fax: (1-310) 322-8728
                                        E-mail: thaiair@earthlink.net   
                  - สำหรับข้าราชการ/นักเรียนทุน IMETP โดยส่วนใหญ่จะได้รับตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับ
มาพร้อมแล้ว แต่หากยังไม่ได้รับตั๋วเครื่องบิน ให้ติดต่อที่สถานศึกษา หรือ JUSMAGTHAI 
                  - ข้าราชการ/นักเรียนสามารถตรวจสอบ วัน-เวลา เที่ยวบิน ของสายการบินต่างๆ ได้ที่ Expedia
Travel

          2.4.3 การลาพักผ่อนหลังสำเร็จการศึกษา ณ ต่างประเทศ                            
                  - เมื่อจบการศึกษาต้องเดินทางกลับประเทศไทยในโอกาสแรกในระหว่างการเดินทางกลับจะแวะ
พักเที่ยว(ต่างประเทศ) ระหว่างทางไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจาก ทร. เสียก่อน
                  - ผู้ที่มาศึกษาโดยทุน IMETP ให้ปฏิบัติตาม ITO
                  - ผู้ที่กลับจากการไปศึกษา ดูงาน ฯลฯ ณ ต่างประเทศหากมีความประสงค์จะหยุดพักผ่อน
สามารถกระทำได้้ ตามคำสั่ง ทร. (คำชี้แจง)ที่ 9/2502 ลง 31 ส.ค.02 เรื่องหลักเกณฑ์การกำหนดวันหยุด
พักผ่อนให้แก่ข้าราชการที่กลับจากต่างประเทศ เนื่องจากไปราชการหรือศึกษา ซึ่งกำหนดไว้ว่า  
                     - ถ้าไปราชการระยะไม่เกิน 3 เดือน พักผ่อนได ้5 วัน ตั้งแต่วันมาถึง
                     - ถ้าไปราชการระยะตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 ปี พักผ่อนได้ 7 วัน ตั้งแต่วันมาถึง
                     - ถ้าไปราชการระหว่างตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป พักผ่อนได้ 10 วัน ตั้งแต่วันมาถึง
                   - แบบฟอร์มตามที่แนบ
          2.4.4 การเบิกเงินค่าระวางขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย                    
                  - สิทธิการเบิกเงินค่าขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย ดังนี้
                    (1) ผู้ที่มาศึกษา ไม่เกิน 2 ปี มีสิทธิการเบิกเงินค่าขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทยโดยวิธี
เหมาจ่ายได้ในวงเงิน 300.- ดอลลาร์สหรัฐฯ
                    (2) ผู้ที่มาศึกษาระหว่าง 2-5 ปี มีสิทธิการเบิกเงินค่าขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย โดยวิธี
ีเหมาจ่ายได้ในวงเงิน 450.- ดอลลาร์สหรัฐ
                    (3)  ผู้ที่มาศึกษาเกิน 5 ปี มีสิทธิการเบิกเงินค่าขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย โดยวิธีเหมาจ่าย
ได้ในวงเงิน 600.- ดอลลาร์สหรัฐฯ
                 - การเบิกเงินฯ ทำได้ใน 2 ลักษณะคือ การขอเบิกยืมล่วงหน้า และทำผลักใช้ที่หลัง หรือ การสำรองจ่ายก่อนและขอตั้งเบิกที่หลัง
                 - แบบฟอร์มตามที่แนบ
     2.5 เรื่องอื่นๆ                                                                                                                         
          2.5.1 การขอหนังสือรับรองเงินเดือน
                  - ข้าราชการ/นักเรียนในสังกัด ทร. สามารถเสนอขอหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อนำไปใช้ในการ
ประกอบนิติกรรมต่างๆ เช่น การเช่าบ้าน ซื้อรถยนต์ การประกันชีวิต และการประกันรถยนต์ โดยเสนอรายงาน
พร้อมแนบหลักฐานการรับเงินเดือนของ กง.ทร. ต่อ สน.ฯ ตามแบบฟอร์ม
          2.5.2 การขอหนังสือรับรองความประพฤติ                                                          
                  - ข้าราชการ/นักเรียนในสังกัด ทร. สามารถเสนอขอหนังสือรับรองความประพฤติ  เพื่อนำไปใช้
ในการประกอบนิติกรรม ต่างๆ เช่น การเช่าบ้าน ซื้อรถยนต์ การประกันชีวิต และการประกันรถยนต์ โดยเสนอ
รายงานพร้อมแนบประวัติการรับราชการ ต่อ สน.ฯ ตามแบบฟอร์ม
          2.5.3 การรับรองคำแปลเอกสาร                                                                               
                  - การรับรองคำแปลเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบนิติธรรมต่างๆ ในต่างประเทศ
มีให้บริการที่สถานกงสุล
          2.5.4 การขอหนังสือรับรองหลักฐานการศึกษา                                                  
         2.5.5 การขอต่ออายุหนังสือเดินทาง                                                                      
                  - ตั้งแต่ 1 ส.ค. 48 กต. ได้เปลี่ยนแปลงการจัดทำหนังสือเดินทางให้แก่ผู้ขอมีหนังสือเดินทาง
หรือขอต่ออายุุหนังสือเดินทาง เป็นหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยการดำเนินการดังกล่าว
มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำหนังสือเดินทางฉบับละ 50.- ดอลลาร์สหรัฐฯละผู้ถือหนังสือเดินทางจำเป็นต้อง
เดินทางมาทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง เพื่อเก็บข้อมูลชีวภาพ (ภาพถ่าย และลายนิ้วมือ) ณ จุดให้บริการ
ที่เปิดให้บริการในประเทศสหรัฐฯ 4 แห่ง ได้แก่ สอท.ไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส
นครชิคาโก และ นครนิวยอร์ก รายละเอียด http://www.thaiembdc.org
                   - สน.ผชท.ทหาร ไทย/วอชิงตัน (ทร.) ได้สำรวจจำนวนข้าราชการ และนักเรียนในสังกัด ทร.
ที่มีความจำเป็นต้องขอต่ออายุหนังสือเดินทาง(ทำหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิสก์ใหม่)ในระหว่างที่
ี่ศึกษา/ ฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งตรวจสอบระยะทางจากที่พักถึงจุดให้บริการต่ออายุหนังสือ
เดินทางแล้วเมื่อ 24 ส.ค.48 มีจำนวน 17 นาย มีระยะทางจากที่พักถึงจุดให้บริการระหว่าง 48 - 2,718 กม.
                   - สิทธิในการเบิกค่าใช้จ่ายในการขอต่อหนังสือเดินทาง/จัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
ของข้าราชการ และนักเรียนในสังกัด ทร. และสิทธิในการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการขอต่อหนังสือ
เดินทาง/ จัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ของข้าราชการ และนักเรียนในสังกัด ทร. อยู่ระหว่างเสนอ
ทร. ขอทราบแนวทางปฏิบัติ
          2.5.6 การหมายประวัติสำหรับการสมรส และบุตร - แบบฟอร์ม ตามแนบ
          2.5.7 การเดินทางไปต่างประเทศระหว่างการศึกษาในสหรัฐฯ                        
                  - การเดินทางไปต่างประเทศที่อยู่นอกเหนือจากหลักสูตรที่ทาง ทร. กำหนด ของข้าราชการ/
นักเรียน สังกัด ทร. (ทั้งที่ได้รับทุนจาก ทร., ทุน IMETP และทุนส่วนตัว) ต้องขออนุมัติจาก ทร. ก่อน
และจะสามารถเดินทางได้หลังจากได้รับอนุมัติเป็นรายลักษณ์อักษรจาก ทร. แล้วเท่านั้น  โดยหากเดินทาง
ไปต่างประเทศโดยไม่ได้ขออนุมัติ สน.ฯจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี
                  - เมื่อได้รับอนุมัติการเดินทางไปต่างประเทศจาก ทร. แล้ว สน.ฯ จะออกหนังสือนำไปยัง
สถานทูต ณ ประเทศนั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำ Visa เข้าประเทศต่อไป
          2.5.8 การขอหนังสือรับรองการจบการศึกษา เพื่อใช้ประกอบการแต่งตั้งยศ             
                  - โดยทั่วไปแล้ว ข้าราชการ/นักเรียน ที่จบการศึกษาทั้งในระดับปริญญา และหลักสูตรต่างๆ
จะเดินทางกลับประเทศไทยในโอกาสแรกหลังจากจบการศึกษาก่อนการรับประกาศนียบัตร หรือรับหลักฐาน
การจบการศึกษา เอกสารดังกล่าว เป็นหลักฐานสำคัญในการใช้ประกอบการเสนอแต่งตั้งยศ หรือปรับวุฒิ
การศึกษา  ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ ข้าราชการ/นักเรียน ที่จะต้องประสานงานการขอรับประกาศนียบัตร
และหลักฐานการสำเร็จการศึกษาก่อนจบการศึกษา และเดินทางกลับประเทศไทย และแจ้ง Point of Contact
รวมทั้งจัดทำหนังสือการมอบอำนาจในการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวไว้ให้กับ สน.ฯ รายละเอียดตามแบบฟอร์ม
          2.5.9  การเลือกขอรับบำเหน็จประจำปีหรือขอปรับวุฒิหลังจบการศึกษา                    
                   ก่อนเดินทางไปศึกษาผู้ที่ได้รับทุนจะต้องพิจารณาว่าจะขอรับบำเหน็จประจำปีแต่ละปี หรือว่าจะ
ไม่ขอรับบำเหน็จประจำปีแต่จะขอปรับวุฒิเมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกแล้วการพิจารณา
นั้นขึ้นอยู่กับชั้นเงินเดือนของ ผู้ที่ได้รับทุนในปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบว่า หากได้รับบำเหน็จปีละขั้นกับไม่ได้
บำเหน็จปีละขั้น แต่ปรับวุฒิเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว อย่างไหนขั้นจะสูงกว่ากัน โดยผู้ได้รับทุนจะต้อง
แจ้งความจำนงให้กพ.ทร.ทราบตามแบบฟอร์มที่ กพ.ทร. จะแจกให้ตามตัวอย่าง
(ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจะได้ปรับชั้นยศเป็นระดับ น.1 ชั้น 8 , ปริญญาเอกปรับเป็น น.1 ชั้น 14)
สำหรับผู้ที่ไปศึกษาโดยทุนส่วนตัวนั้น จะใช้การปรับวุฒิได้อย่างเดียว
3. กิจกรรมของนักเรียนในเรื่องส่วนตัว                                                                             
     3.1 การทำบัตร Social Security
           How to apply a Social Security Card Click Here
     3.2 การเปิดบัญชีธนาคาร  
           - หลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการเปิดบัญชีธนาคาร ได้แก่ หนังสือเดินทาง เงินฝากขั้นต่ำแล้วแต่
ธนาคารที่อยู่ที่แน่นอน
           - การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มาศึกษาในสหรัฐฯเป็นระยะเวลานาน
ทั้งนี้เมื่อเปิดบัญชีธนาคารแล้วจะได้บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือเช็ค ซึ่งสะดวก และปลอดภัยในการใช้จ่ายเงิน
บัญชีเงินฝากธนาคารทั่วไปมี 2 ชนิดคือ
              (1) Checking Account คือ บัญชีเงินฝากที่รองรับการจ่ายเช็คเงินสด หรือการรูดบัตรเดบิต ธนาคาร
ส่วนใหญ่ไม่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากในบัญชีนี้แล้ว ยังจะคิดค่าธรรมเนียมการใช้เช็คทุกเดือนเว้นแต่ผู้เปิดบัญชี
ีมีเงินคงเหลือในบัญชีในรอบเดือนนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนด
                    - ในระหว่างเปิดบัญชี Checking Account เจ้าหน้าที่ของธนาคารจะถามว่าต้องการ Bank Card
(Debit Card หรือ Check Card) หรือไม่ ให้ตอบว่าต้องการ Bank Card นี้จะทำหน้าที่เหมือนกับบัตร ATM
บวกกับ Debit Card ของบ้านเรา คือ ใช้เบิกเงินสดจากตู้ ATM และใช้แทนเช็คเงินสด โดยทุกครั้งที่รูดบัตร
เป็นจำนวนเงินเท่าใด ธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชีโดยตรงเป็นจำนวนเงินเท่านั้น การใช้บัตร Bank
Card/Debit Card หรือเขียนเช็คโดยมีเงินในบัญชี Checking Account เกินวงเงินจะต้องเสียค่าปรับประมาณ
30 - 35 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อครั้ง
               (2) Saving Account คือ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์  เป็นบัญชีที่มีดอกเบี้ย
                    - เช็ค เช็คที่นิยมใช้ในสหรัฐฯ มีหลายประเภท ดังนี้
                        - Personal Check คือ เช็คส่วนตัว หรือเช็คที่สั่งจ่ายโดยมีบัญชี Checking Account รองรับ
ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น
                        - Cashier's Check คือ เช็คเงินสดของธนาคารที่ออกให้กับลูกค้าที่มาขอซื้อ โดยผู้ซื้อต้อง
นำเงินสดไปซื้อหรือยอมให้ธนาคารหักเงินออกบัญชีในจำนวนตามที่ระบุในหน้าเช็ค เช็คชนิดนี้จึงน่าเชื่อถือ
มากกว่าเช็คส่วนตัว
                        - Certified Check คือ เช็คส่วนตัวที่นำไปให้ธนาคารรับรองว่ามีเงินในบัญชีกับธนาคาร โดย
ธนาคารจะกันเงินในบัญชีของลูกค้าไว้เพื่อรองรับการจ่ายเงินตามเช็ค
                        - Money Order คือ หนังสือสั่งจ่ายเงิน ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามที่ทำการไปรษณีย์หรือ
ธนาคารทั่วไป ค่าธรรมเนียมจะถูกกว่า Cashier's Check
                        - การใช้ Check Card หรือ Debit Card ให้ตั้งรหัส (Pin Number) ที่สามารถจำได้ง่าย
และกดรหัสให้ถูกต้อง เพราะถ้ากดรหัส ผิดเกิน 2 ครั้งในคราวเดียวกัน เครื่อง ATM จะยึดบัตรโดยอัตโนมัติ
                    - ควรศึกษา/สอบถามเงื่อนไข และค่าธรรมเนียมในการให้บริการต่างๆของธนาคารให้เข้าใจ
ก่อนเปิดใช้บริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการักษาบัญชีรายเดือน ค่าธรรมเนียมการใช้บริการ Online Banking
                    - ตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขการเปิดบัญชีของ ธนาคาร Bank of America, Wachovia
     3.3 การซื้อรถยนต์ และการทำประกันรถยนต                                                           
          การซื้อรถยนต์ เพื่อใช้ระหว่างการศึกษา อบรม นั้น อาจจะพิจารณาเลือกจัดซื้อรถยนต์ใหม่ /จัดซื้อ
รถยนต์เก่ามือสอง หรือจัดซื้อรถเก๋ง/รถMini van 7 ที่นั่ง โดยสามารถสรุปคร่าว ๆ ดังนี้
          3.3.1 กรณีจัดซื้อรถยนต์ใหม่ หรือ จัดซื้อรถยนต์เก่ามือสอง การจัดซื้อรถยนต์ใหม่ ราคาซื้อจะสูง
และเมื่อราคาขายต่อเมื่อจบการศึกษา จะมีราคาค่าเสื่อมราคาสูงมาก โดยปกติราคาจะประมาณ 1,500-3,000
ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไมล์ และสภาพรถ รวมทั้งยี่ห้อรถด้วย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุง
เนื่องจากเป็นรถใหม่ สำหรับจัดซื้อรถยนต์เก่ามือสอง นั้น ราคาจะถูก อัตราค่าเสื่อมราคาจะน้อยกว่ารถยนต์
์ใหม่่ แต่จะต้องซ่อมทำมากขึ้น ซึ่งรถยนต์เก่าที่ซื้อง่าย ขายคล่อง ก็จะเป็นยี่ห้อ TOYOTA และ HONDA
ส่วนผู้ที่มีความรู้เรื่องการซ่อมทำแล้ว อาจจะ ไปถอดและซื้ออะไหล่ของรถเก่าที่มีขายตามโกดังรถเก่า
(JUNK CAR) ในราคาที่ถูกมาก
          3.3.2 กรณีจัดซื้อรถเก๋ง/รถ Mini van 7 ที่นั่ง นั้น รถเก๋ง จะเหมาะสมสำหรับคนโสด และครอบครัว
2-3 คน ส่วนรถ Mini van จะเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ สำหรับราคาจัดซื้อรถ Mini van จะมีราคาสูงกว่า
รถเก๋งพอควร
          3.3.3 สำหรับการทำประกันภัยรถ นั้น รถทุกคันต้องมีการประกันภัยประเภทพื้นฐาน ส่วนประกันภัย
ประเภทสมบูรณ์ ( Full coverage) จะมีค่าใช้จ่ายสูง ตัวอย่างบริษัทประกันภัย เช่น บริษัท Travelers , บริษัท
State Farm เป็นต้น
     3.4 การประกันสุขภาพสำหรับผู้ติดตาม                                                                     
     3.5 การแต่งงาน การขอสูติบัตร การจดทะเบียนหย่า
          - ข้าราชการ/นักเรียนสามารถทำได้โดยติดต่อที่สถานกงสุลใหญ่ หรือตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ได้ที่นี่ ทั้งนี้ บิดา หรือ มารดาของเด็ก จะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
     3.6 การมีบุตร และการคลอดบุตร                                                                                  
          3.6.1 การมีบุตร และการคลอดบุตร
เนื่องจากผู้ที่มาศึกษา จะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เฉพาะข้าราชการ
หรือ นักเรียน ที่ได้มีการทำประกันสุขภาพไว้กับมหาวิทยาลัยเท่านั้น ในส่วนของสามี/ภริยา และบุตร
ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งค่าคลอดบุตร จากกองทัพเรือได้ ดังนั้นจะต้องพิจารณาให้ดี กรณี
ีจะคลอดบุตรที่ประเทศสหรัฐฯ โดยเริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ไปจนถึงการคลอด โดยปกติจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
ตั้งแต่ 10,000.- ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป กรณีที่หลี่กเลี่ยงไปได้จำเป็นต้องคลอดที่ ประเทศสหรัฐฯ อาจจะต้อง
ไปที่ประกันสังคม ขอแจ้งว่าเราเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย และประกันสังคม อาจจะ ให้เราเข้ารับการคลอดโดย
ไม่เสียค่าใช้จ่าย  
     3.7 การนำบุตรมาพักอาศัยในระหว่างศึกษาในสหรัฐฯ                                            
          3.7.1 หลักฐานต่างๆที่ต้องเตรียมมาจากประเทศไทย
ได้แก่ หนังสือเดินทาง สูติบัตร ประวัติการฉีด
วัคซีนใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) ฉบับตัวจริง และฉบับแปล (โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทย
หรือสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย )
          3.7.2 การพักอาศัย และการเดินทาง
                   - ตามกฎหมายสหรัฐฯ ห้ามไม่ให้เด็กอายต่ำกว่า 11 ปี อยู่ตามลำพังโดยไม่มีผู้ปกครอง
                   - สถานรับเลี้ยงเด็ก (Home Day Care) มีทั้งประเภท Part Time และ Full Time รับบริการดูแล
ตั้งแต่เด็กแรกเกิด
                   - เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งเด็ก ด้านหลังคนขับ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มได้จาก
DMV ของแต่ละรัฐ)
                   - ข้อกำหนดในการฉีดวัคซีนสหรับเด็กในสหรัฐฯแตกต่างจากในประเทศไทย ทั้งในเรื่องระยะ
เวลาที่ต้องฉีด และประเภทของวัคซีน ดังนั้นจึงควรปรึกษาสถานพยาบาลใกล้เคียงในเรื่องนี้
          3.7.3 ระบบการศึกษาของสหรัฐฯ (http://educationusa.state.gov) ภาพรวมตามที่แนบ
                   - ปีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา (Academic year) จะเริ่มประมาณเดือนกันยายน ถึง พฤษภาคม
ระยะเวลาประมาณ 9 - 10 เดือน การกำหนดภาคการศึกษาจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ
ของสถานศึกษา และความนิยมของท้องถิ่นนั้น ๆ
                   -  ระบบ Semester เป็นระบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย 2 semester
และ 1 - 2 summer sessions แต่ละ semester ยาวประมาณ 15-16 สัปดาห์ดังนี้
                               Fall Semester เปิดประมาณ ปลายเดือน สิงหาคม - ธันวาคม
                               Spring Semester เปิดประมาณ กลางเดือน มกราคม - พฤษภาคม
                               Summer Semester เปิดประมาณ กลางเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม
                   - ระบบ Quarter ในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarters โดยแต่ละ Quarter นานประมาณ 10 สัปดาห์
์ ดังนี้
                               Fall Quarter เปิดประมาณ กลางกันยายน - ธันวาคม
                               Winter Quarter เปิดประมาณ มกราคม - กลางมีนาคม
                               Spring Quarter เปิดประมาณ เมษายน - กลางมิถุนายน
                               Summer Quarter เปิดประมาณ กรกฎาคม - สิงหาคม
                   - โรงเรียนก่อนวัยเรียน (Preschool) ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ เป็นการเตรียมความพร้อม
ของเด็ก ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด  รับเด็กตั้งแต่อายุ 2.5 - 5 ปี ลักษณะการเรียนมีให้เลือก
หลายแบบ ทั้งเต็มวัน ครึ่งวันเช้า และครึ่งวันบ่าย
                   - การศึกษาภาคบังคับเริ่มที่ชั้นK1- G12โดยเด็กทุกคนที่มีที่พักอยู่ในสหรัฐฯอายุตั้งแต่
5- 16 ปี ต้องเข้ารับการศึกษา
                   - โรงเรียนในสหรัฐฯแบ่งเป็น โรงเรียนของรัฐ (Public School) และ โรงเรียนเอกชน
(Privat School)
                    - การเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐฯ แบ่งตามเขตบ้านพักอาศัย (สามารถตรวจสอบได้ที่ )
โดยรัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการศึกษาภาคบังคับให้ทั้งหมด เด็กจะต้องถือวีซ่า F-2 หรือ J-2 หรือ A2
ขึ้นอยู่กับวีซ่าผู้ปกครอง (F-1 หรือ J-1 หรือ A-1)               
    
3.8  การขอทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย                                                                 
    3.9  การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร